OUR

ARTICLES

  • พญ.ธาริณี ลำลึก, โรงพยาบาลพญาไท

10 ข้อที่ผู้หญิงควรรู้เพื่อการใช้ยาคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี

การมีความรู้เรื่องการคุมกำเนิดถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากสำหรับสาวๆ ยุคใหม่ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร หรืออยู่ในวัยใดก็ตาม นอกจากการคุมกำเนิดจะสามารถป้องกันปัญหาการท้องก่อนวัยอันควร ยังช่วยให้คู่สมรสที่ยังไม่พร้อมมีบุตรวางแผนครอบครัวได้อีกด้วย


วิธีใช้ยาคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี

หากพูดถึงวิธีคุมกำเนิดที่นิยมมากที่สุดคงไม่พ้นการการรับประทานยาชนิดเม็ด เพราะนอกจากจะกินง่ายแล้วยังราคาไม่แพงอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะเลือกคุมกำเนิดด้วยวิธีใดก็ตาม เราควรมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกวิธี และมีประสิทธิภาพมากที่สุด และนี่คือ 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิดที่คุณหมออยากบอก...

1. ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด (Birth Control Pill) เป็นยาที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่มีความสำคัญต่อการป้องกันการตั้งครรภ์ เนื่องจาก ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ เมื่อกินเข้าไปแล้วจะไปทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง จนตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมกับไข่ และอสุจิไม่สามารถฝังตัวได้ และยังช่วยทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกมีความเหนียวข้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ อสุจิไม่สามารถเข้ามาผสมกับไข่เพื่อปฏิสนธิได้


2. ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดแบ่งตามชนิดฮอร์โมนได้ 2 ประเภท คือ ฮอร์โมนเดี่ยว และฮอร์โมนรวม ประเภทฮอร์โมน เดี่ยว มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว มีฤทธิ์คุมกำเนิดสูง ส่วนประเภทฮอร์โมนรวม ประกอบด้วย ทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในปริมาณและชนิดที่ต่างกัน ยิ่งปริมาณของฮอร์โมนมากยิ่งคุมกำเนิดได้ดี แต่ผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้ามีปริมาณของฮอร์โมนน้อย การคุมกำเนิดก็น้อยลง และมีผลข้าง เคียงน้อยกว่าด้วยเช่นกัน


3. นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งประเภทตามจำนวนเม็ดได้อีกเช่นกัน คือ แบบ 21 เม็ด และแบบ 28 เม็ด โดยแบบ 21 เม็ดจะต้องกินแล้วเว้นไป 7 วันจึงจะสามาระเริ่มแผงใหม่ได้ ส่วนแบบ 28 เม็ด จะมีตัวยาจริงเพียง 21 เม็ด และมีเม็ดแป้งอีก 7 เม็ด เหมาะสำหรับคนที่กลัวจะนับวันผิด จึงควรกินต่อกันจนหมดแผงได้เลย แต่ไม่ว่าจะกิน แบบใดก็ได้ผลในการคุมกำเนิดเท่ากัน


4. ยาคุมกำเนิดที่วางขายในปัจจุบันต่างกันแค่ชนิดของฮอร์โมน เจเนอเรชั่นของฮอร์โมน และปริมาณของ

ฮอร์โมน ผู้ใช้ยาจึงควรเลือกจากประเภทฮอร์โมนที่ต้องการก่อนที่จะเลือกยี่ห้อ เพราะตัวยาในแต่ละเจอเนเรชั่น จะมีการพัฒนาให้มีผลข้างเคียงลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดให้มากขึ้น เช่น ฮอร์โมนโปรเจสเตอ โรน บางตัวจะมีฤทธิ์ต่อต้านแอนโดรเจน ช่วยให้ผิวสวยขึ้น ลดสิวได้ด้วย


5. ยาคุมกำเนิดมีผลข้างเคียง ดังนี้ คลื่นไส้อาเจียน มีเลือดออกผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน และมีหลอดเลือด อุดตัน อาการนี้มักจะเกิดในคนที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป หรือในคนที่สูบบุหรี่ ฉะนั้นแพทย์จะไม่แนะนำให้คนอายุ มากกินยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม


6. การกินยาคุมกำเนิดจะต้องกินเวลาเดิมทุกวัน หากลืมกินยาจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง และหาก ลืมกินยาคุมกำเนิดมากกว่า 3 ชั่วโมง ให้กินทันทีที่นึกขึ้นได้ และกินเม็ดต่อไปในเวลาเดิม


7. การกินยาคุมกำเนิดแผงแรก หรือกินหลังจากไม่ได้กินมานาน ให้กินภายใน 5 วันแรกของการเป็นประจำเดือน หรือกินในขณะที่ยังมีประจำเดือนอยู่ ถ้าหากรู้ตัวว่ามีโอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์ควรกินยาคุมกำเนิดไว้ในระหว่าง รอบเดือนเพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้า


8. วิธีกินยาคุมกำเนิดให้ดูวันที่ตามจริงและวันที่บนแผง โดยบนแผงยาจะระบุวันไว้ตั้งแต่วันจันทร์-อาทิตย์ หากวัน ที่จะเริ่มกินยาเม็ดแรกเป็นวันพุธก็ให้แกะยาเม็ดแรกของวันพุธมากิน แล้วกินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแผง


9. ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เช่น ในกรณีถูกข่มขืน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ตั้งใจ ใน แผงของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะมี 2 เม็ด เม็ดแรกให้กินทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ส่วนเม็ดที่ 2 ให้กินหลังจาก นั้น 12 ชั่วโมง ซึ่งยาคุมกำเนิดฉุกเฉินนั้นประสิทธิภาพต่ำกว่ายาคุมกำเนิดชนิดแผง


10. ควรดูวันหมดอายุก่อนใช้ยาเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด


#ยาคุมกำเนิด #วิธีใช้ยาคุมกำเนิด #ยาคุม


บทความจาก

โรงพยาบาลพญาไท


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพหญิง

โรงพยาบาล พญาไท 2 อาคาร A ชั้น 2

โทร 02-617-2444 ต่อ 4268-4269

2 Soi Rong Muang 5, Rong Muang Rd.

Rong Muang, Pathum Wan Bangkok 10330

Tel: 02 092 9222 Ext. 5107     |     Sales@benix.co.th