OUR

ARTICLES

  • โรงพยาบาลสินแพทย์

มารู้จักโรคเบาหวานกันเถอะ

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่คนไทยมักเป็น ซึ่งเกิดได้จากทั้งพฤติกรรมการกิน และจากกรรมพันธุ์ ทำให้เบาหวานกลายเป็นอีกโรคที่ไม่ว่าเป็นเพศไหน หรืออายุเท่าไหร่ก็สามารถเป็นกันได้ มาทำความเข้าใจกับโรคนี้กันมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถควบคุม และป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ



เบาหวานคืออะไร..

ถ้าเรารู้ว่าเบาหวานคืออะไร ก็ย่อมง่ายที่จะปฏิบัติตัวและเอาชนะมันได้ และอยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุข เบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดเนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพของอินซูลินลดลง จากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ ถ้าน้ำตาลในเลือดสูงอยู่เป็นเวลานานจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต และระบบประสาท


อะไรคือ ฮอร์โมนอินซูลิน

อินซูลิน เป็น ฮอร์โมนที่สร้างและหลั่งจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน มีหน้าที่พาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน ถ้าร่างกายขาดอินซูลิน หรือการออกฤทธิ์ของอินซูลินไม่ดี ร่างกายก็จะไม่สามารถเอาน้ำตาลไปใช้ได้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง


เบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ต่างกันอย่างไร

เบาหวานชนิดที่ 1 พบในเด็ก หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี คนที่เป็นเบาหวานชนิดนี้มักผอม เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ เบาหวานชนิดนี้ต้องรักษาโดยการฉีดอินซูลิน มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดภาวะหมดสติจากน้ำตาลสูง และกรดคีโตนคั่งในเลือด

เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้มากถึงร้อยละ 95-97% ของผู้เป็นเบาหวานทั้งหมด ผู้เป็นเบาหวานชนิดนี้มักอ้วน มีอายุมากกว่า 40 ปี ตับอ่อนยังพอผลิตอินซูลินได้บ้าง แต่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในระยะแรกอาจรักษาได้ด้วยการควบคุมอาหาร หรือยาเม็ดลดระดับน้ำตาล แต่เมื่อเป็นนานๆ ในบางรายมีเบต้าเซลล์เสื่อมหน้าที่มากขึ้น ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี อาจจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน


โรคเบาหวานชนิดอื่น มีสาเหตุเฉพาะ ได้แก่

> โรคเบาหวานที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

> โรคของตับอ่อน

> ความผิดปกติของฮอร์โมน

> การได้รับยาบางชนิด เช่น กลุ่มสเตียรอยด์ หรือสารเคมีบางชนิด


โรคเบาหวาน.. ที่เกิดในระหว่างตั้งครรภ์

จะมีฮอร์โมนจากรกซึ่งมีฤทธิ์ต้านอินซูลิน เป็นผลให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง ถ้าร่างกายไม่สามารถเพิ่มการสร้างอินซูลินให้เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ได้ และหลังคลอดมักจะพบว่าโรคเบาหวานหายไป แต่เมื่อติดตามต่อไปจะพบว่า หญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้มาก จึงควรต้องติดตามเพิ่มตรวจหาเบาหวานเป็นระยะ


โรคเบาหวานเกิดขึ้นได้อย่างไร

คนปกติ แม้ไม่ได้รับประทานอาหาร ตับยังคงสร้างน้ำตาลเพื่อให้ร่างกายใช้เป็นพลังงาน และมีการหลั่งอินซูลินจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อนระดับต่ำๆ เมื่อรับประทานอาหารโดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต (หมวดข้าว แป้ง) จะถูกย่อยสลาย เป็นน้ำตาลกลูโคส ในลำไส้เล็ก และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน ระดับน้ำตาลที่สูงขึ้นในเลือดจะกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนเพิ่มขึ้น เพื่อเผาผลาญน้ำตาลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง


ในผู้เป็นเบาหวานไม่ว่าจะกรณีสร้างฮอร์โมนอินซูลินไม่ได้ หรือสร้างได้ไม่พอ เนื่องจากความต้องการอินซูลินเพิ่มขึ้น เพราะอินซูลินออกฤทธิ์ไม่ดี ร่างกายจะใช้น้ำตาลไม่ได้ ขณะเดียวกันมีการสลายไขมันเพิ่มขึ้น ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จนล้นออกมาในปัสสาวะ สามารถตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะเป็นสาเหตุให้มีมดมาตอมปัสสาวะ จึงเป็นที่มาของคำว่า “เบาหวาน”


เกณฑ์การวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน

> ถ้ามีระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารเช้าตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป

> หลังรับประทานอาหารแล้ว ระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า หรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ร่วมกับมีอาการของเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง กระหายน้ำ น้ำหนักลด ให้ถือว่าเป็นเบาหวานได้เลย


… เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องแน่นอน ควรยืนยันผลการตรวจระดับน้ำตาลด้วยการตรวจซ้ำอีกครั้ง…


อาการของเบาหวาน

> ปัสสาวะบ่อย และมากในเวลากลางคืน

> คอแห้ง กระหายน้ำ และดื่มน้ำมาก

> หิวบ่อย รับประทานจุ แต่น้ำหนักลด อ่อนเพลีย

> ถ้าเป็นแผลจะหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนังเกิดฝีบ่อย

> คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องคลอดของผู้เป็นเบาหวานเพศหญิง

> ตาพร่ามัว

> ชาปลายมือ ปลายเท้า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ


สาเหตุ

> กรรมพันธุ์ เบาหวานสืบทอดทางกรรมพันธุ์ได้ก็จริง แต่ผู้ที่มีญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่น้อง เป็นเบาหวาน)

ไม่จำเป็นต้องเป็นเบาหวานทุกคน จะมีโอกาสเป็นสูงถ้ามีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

> ความอ้วน

> ผู้สูงอายุ ตับอ่อนสังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยลง

> ตับอ่อนได้รับความกระทบกระเทือน เช่น ตับอ่อนอักเสบ

> การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น คางทูม หัดเยอรมัน หัด

> ยาบางชนิด

> การตั้งครรภ์


การรักษาเบาหวาน

เนื่องจากเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด การรักษาเบาหวานให้ได้ผลดี จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เป็นเบาหวาน และญาติ หรือผู้ใกล้ชิดในการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ คือ

1. การควบคุมอาหาร

2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

3. การรักษาด้วยยาเม็ดลดระดับน้ำตาล และหรืออินซูลิน

4. การเรียนรู้เรื่องโรคเบาหวาน เพื่อดูแลตนเอง


แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าเบาหวานควบคุมได้ดีหรือไม่ วิธีประเมินการควบคุมเบาหวาน มี 2 วิธี

1. การวัดระดับน้ำตาลในเลือด โดยทั่วไปหมายถึงระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนรับประทานอาหารเช้าหรือ FBS

2. วัดระดับเอ-วัน-ซี ในเลือด (HbA1C)


การวัดระดับน้ำตาลในเลือด ปัจจุบัน มี 2 วิธี คือ

1. วัดจากการเจาะเลือดที่แขน โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2. วัดจากการเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว


ระดับน้ำตาลเท่าไร จึงถือว่าควบคุมได้

1. ก่อนอาหาร (FBS) 90-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

2. หลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง น้อยกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร


#โรคเบาหวาน #นํ้าตาลสูง #อินซูลิน


บทความโดย

โรงพยาบาลสินแพทย์


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

แผนกอายุรกรรมโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

โรงพยาบาลสินแพทย์

โทร. 02-793-5000

2 Soi Rong Muang 5, Rong Muang Rd.

Rong Muang, Pathum Wan Bangkok 10330

Tel: 02 636 6999 Ext. 1200     |     Sales@humanica.com

© 2020 Benix Company Limited. All Rights Reserved.